วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทฤษฎีพื้นฐานการแปลเอกสาร นำเสนอโดย SPCENtER โทร. 022528234

SPCENtER ศูนย์รับแปลเอกสารและรับทำวีซ่า 

เพราะว่างานแปลภาษาคือภาระกิจหลักของเรา ยินดีให้บริการครับ ติดต่อศูนย์รับแปลเอกสารได้ที่

ที่อยู่สำนักงานรับทำวีซ่า และ รับแปลเอกสาร  888/10-11 ชั้น 4 อาคารมหาทุนพลาซ่าถ.สุขุมวิท แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 


ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซท์http://www.spvisa-translations.com/รับแปลเอกสาร 

ก็คงมีหลายๆท่านสงสัยถึงแหล่งข้อมูลและรายละเอียดพื้นฐานของการแปลเอกสารว่ามีที่มาเป็นเช่นไรและสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภทนะครับ ผมจึงได้ขอนำเสนอข้อมูลพื้นฐานบางอย่างที่น่าสนใจและสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางวิชากรรได้จริงนะครับ
ชนิดของการแปล
Newnark (1988)ได้บรรยายการแปลโดยแบ่งชนิดของการแปลออกเป็นหลายชนิดที่สำคัญได้แก่
1. การแปลคำต่อคำ(word-for-word) ซึ่งในปัจจุบันจะใช้ก็เฉพาะเพื่อการวิเคราะห์ภาษาเพื่อหาข้อมูลทางภาษาศาสตร์
2. การแปลตรงตัว(literal) เป็นการแปลโดยไม่คำสึงถึงบริบทเป็นการถ่ายทอดความหมายของคำและโครงสร้างทางไวยกรณ์จากภาษาต้นฉบับเป็นภาษาแปลให้ใกล้เคียงกันที่สุด
3. การแปลตามหลักอรรถศาสตร์(Semantic translation) เป็นการแปลเพื่อถ่ายทอดความหมายเป็นสำคัญ และพยายามปรับโครงสร้างประโยคเพื่อให้บรรลุถึงความหมายที่ต้องการถ่ายทอดให้มากที่สุด
4. การแปลเอกสารเพื่อสื่อสาร ( Communicativetranslation) เป็นการพยายามสื่อความหมายจากภาษาต้นฉบับมาเป็นภาษาแปลในบริบทของภาษาแปลโดยเน้นการสื่อที่ให้ทั้งข้อมูลและข่าวสารที่ยอมรับได้ทั้งในแง่ความหมายและภาษาสำนวนที่เป็นธรรมชาติ
โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่ามีการอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ
1. การแปลตรงตัว เป็นการเก็บรักษารูปแบบเดิมของภาษาต้นฉบับไว้เป็นการแปลในยุคต้นเมื่อผู้แปลยังไม่มีประสบการณ์และไม่รู้ทฤษฎีการแปลในปัจจุบันการแปลตรงตามตัวอักษรจะยังใช้ในการวิเคราะห์ ภาษาตามแนวภาษาศาสตร์เท่านั้นไม่ใช้ในการแปลเพื่อมุ่งถ่ายทอดความหมาย
2. การแปลเป็นสำนวนไทยที่ดีผู้แปลที่ดีต้องหลีกเลี่ยงการแปลตรงตัวและพยายามปรับสำนวนให้เป็นภาษาไทย โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบของภาษาต้นฉบับซึ่งจะทำได้ด้วยการอ่านต้นฉบับจนเข้าใจแล้วเขียนออกมาในความหมายที่เข้าใจโดยใช้ภาษาไทยที่ชัดเจนและให้รสชาติเท่าเทียมกับต้นฉบับโดยไม่จำเป็นต้องเก็บรูปแบบเดิมไว้ 
หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ จะได้เข้าใจในงานที่ผมทำด้วยนะครับ 
ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้มบริการรับทำวีซ่าต่างๆของเราSPVISA-TRANSLATIONCENTERยิ้มกว้างๆยิ้มกว้างๆ
รับทำวีซ่าออสเตรเลีย รับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าอังกฤษ รับทำวีซ่าอเมริกา รับทำวีซ่าญี่ปุ่น รับทำวีซ่าสวีเดนรับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าอินเดีย รับทำวีซ่านิวซีแลนด์ รับทำวีซ่าเนเธอร์แลนด์ รับทำวีซ่าพม่า รับแปลเอกสาร รับรองเอกสาร รับทำวีซ่านอร์เวย์  รับทำวีซ่าออสเตรีย รับทำวีซ่าฝรั่งเศส รับทำวีซ่าฟินแลนด์ รับแปลเอกสาร  
Free Automatic Link
AllNewsSite Link Exchange
Free Auto Backlinks

imageping fast  my blog, website, or RSS feed for Free

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นักแปลภาษาและนักเขียนก็คล้ายกันนะ ศูนย์รับแปลเอกสารSPCENTER

ศูนย์รับแปลเอกสารและรับทำวีซ่า SPCENtER เพราะว่างานแปลภาษาคือภาระกิจหลักของเรา ยินดีให้บริการครับ ติดต่อศูนย์รับแปลเอกสารได้ที่

ที่อยู่สำนักงานรับแปลเอกสาร  888/10-11 ชั้น 4 อาคารมหาทุนพลาซ่าถ.สุขุมวิท แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซท์ http://www.spvisa-translations.com/รับแปลเอกสาร 

บล็อกนี้เขึยนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพระหว่างผู้รับแปลเอกสารหรือนักแปลภาษาและ การเป็นนักเขียนที่ดูเหมือนว่าจะไปด้วยกันได้อย่างแนบแน่น ด้วยเมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสหยิบหนังสือแปลภาษาวรรณกรรมเก่าๆมาปัดฝุ่น อ่านใหม่ เช่นเรื่องเอรากอน และแฮรี่พอตเตอร์ พบว่าคนแปลเอกสารที่ถอดต้นฉบับจากภาษาอังกฤษเป็นไทยช่างแปลได้จับใจจริงๆ อ่านแล้วมองเห็นภาพได้ตามตัวต้นฉบับ นำเราไปสู่จินตนาการอันลึกล้ำ ราวกับมองเห็นภาพได้ว่าตัวละครกำลังประสบกับเหตุการณ์อะไร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร อาวุธที่ถือหน้าตาเป็นเช่นไร เสื้อผ้าหรือสิ่งเล็กๆน้อยรอบตัวเป็นอย่างไร นั่นนับได้ว่าเป็นหน้าและเป็นตารวมทั้งมันสมองอันปราดเปรื่องของผู้แปลอย่าง แท้จริง อ่านต่อข้างล่างครับ .... 
ก็ คงยอมรับกว่าจะประสบผลสำเร็จได้ดังใจที่จะเป็นนักแปลระดับนั้นได้ นอกจากการมีพรสวรรค์เป็นต้นทุน สิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือความอดทนฝึกฝนฝนอย่างไม่เคยย่อท้อ ก็ควรจะฝึกฝนเพิ่มเติมบางอย่างเพื่อสร้างหนทางลัดให้เร็วขึ้นและถูกต้องครับ โดยเป็นเคล็ดลับจากนักเขียนชื่อดังหลายๆท่านสรุปรวมคร่าวได้ประมาณนี้ครับ 
รักการอ่าน หยิบหนังสือในมือท่านขึ้นอ่านเถอะครับ ดีกว่าเอาไว้ติดศรีษะหรือกระโหลกด้านหลังเอาไว้หนุนนอน หุหุ  อาทิเช่น 
วี ระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนสารคดีอิสระ เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เซเว่นบุ๊ค อะวอร์ด ปี 2550 ประเภทสารคดี ผลงาน “ให้ความรักนำทาง” เป็นผู้หนึ่งที่กล้ายืนยันว่าไม่มีนักเขียนคนไหนประสบความสำเร็จโดยไม่ผ่าน การอ่านมาก่อน รวมถึงตัวเขาที่อ่านทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี และอื่นๆ
หาแนวทางการเขียนก็คงไม่แตกต่างจากหาแนวทางการรับแปลเอกสารอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยแปลภาษาให้มีสีสันเพื่อจับใจคนอ่านได้โดยความหมายไม่ผิดเพี้ยนได้ 
การ จะเป็นนักเขียนนั้น สิ่งสำคัญจะต้องหาแนวของตัวเองให้เจอ เพราะไม่อย่างนั้นจะหาดีสักอย่างไม่ได้ ซึ่งการที่จะเป็นนักเขียนนั้นต้องดูว่าตนเองชอบแบบไหน ถนัดแนวไหน เมื่อรู้ว่าชอบหรือถนัดแนวไหน จงหมั่นฝึกหัดในแนวนั้นๆ หรือหากไม่ชอบไม่ถนัด ก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปลองเขียนแนวอื่นบ้าง จนกว่าจะหาแนวที่ตนถนัดและชอบ นักเขียนที่เป็นดาวรุ่งก็ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดกว่าจะค้นพบแนวทางของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นอันเป็นอัตลักษณ์ของตนเองที่จับใจผู้อ่่าน เฉกเช่นเดียวกันงานแปลเอกสารบางประเภทที่จำเป็นต้องอาศัยอารมณ์ความรู้สึก ส่วนตัวของผู้แปลให้มีสีสรรมากกว่าปกติ อาทิเช่น แปลบทพากย์หนัง แปลบทความเชิงการเมืองวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน แปลแผ่นพับโฆษณาดึงดูดผู้บริโภค ก็ต้องมีสีสรรมากกว่าปกติด้วยนะครับ 
สุด ท้ายนี้ก็ลองหัดขีดๆเขียนๆพร้อมกับรักการอ่านๆไปด้วยเพราะว่าเป็นที่รู้กัน ดีว่ามีความจริงอย่างหนึ่งที่น่าตกใจมากว่าสถิติคนไทยรักการอ่านเพียงแค่ปี ละ 8 บรรทัดเมื่อหารเฉลี่ยโด่ยรวมต่อคนต่อปี หุหุ เหนือคำบรรยาย เศร้าจนพูดไม่ออกเลยครับ 

ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้มบริการรับทำวีซ่าต่างๆของเราSPVISA-TRANSLATIONCENTERยิ้มกว้างๆยิ้มกว้างๆ
รับทำวีซ่าออสเตรเลีย รับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าอังกฤษ รับทำวีซ่าอเมริกา รับทำวีซ่าญี่ปุ่น รับทำวีซ่าสวีเดนรับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าอินเดีย รับทำวีซ่านิวซีแลนด์ รับทำวีซ่าเนเธอร์แลนด์ รับทำวีซ่าพม่า รับแปลเอกสาร รับรองเอกสาร รับทำวีซ่านอร์เวย์  รับทำวีซ่าออสเตรีย รับทำวีซ่าฝรั่งเศส รับทำวีซ่าฟินแลนด์ รับแปลเอกสาร